
เปิดลงทะเบียนขายไฟโซลาร์เซลล์ 2569 แล้ว! วิธีสมัคร PEA–MEA ขายไฟส่วนเกิน 2.20 บาท/หน่วย
เปิดลงทะเบียนขายไฟโซลาร์เซลล์ 2569 แล้ว! วิธีสมัคร PEA–MEA ขายไฟส่วนเกิน 2.20 บาท/หน่วย เปิดลงทะเบียนแล้วสำหรับโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา หรือ Solar Rooftop [...]
Solar Rooftop ภาคประชาชน 2569 ขายไฟ 2.20 บาท/หน่วย
สรุป Solar Rooftop ภาคประชาชน 2569 บ้านอยู่อาศัยติดโซล่าเซลล์และขายไฟส่วนเกินได้ 2.20 บาท/หน่วย เสนอขายไม่เกิน 5kW AC ต่อราย พร้อมอธิบายว่าติดตั้งเกิน 5kW ได้ไหม และควรเตรียมตัวอย่างไร
ติดโซล่าเซลล์ที่ไหนดีในเชียงใหม่
กำลังมองหาบริษัทติดโซล่าเซลล์ในเชียงใหม่? แนะนำวิธีเลือกบริษัทติดตั้งโซล่าเซลล์ที่คุ้มค่า ปลอดภัย มีทีมวิศวกร ดูแลครบตั้งแต่สำรวจ ออกแบบ ขออนุญาต ติดตั้ง และบริการหลังการขาย
โซล่าเซลล์ ระยอง ติดตั้งระบบประหยัดค่าไฟสำหรับบ้าน ธุรกิจ และโรงงาน
โซล่าเซลล์ ระยอง ทางเลือกประหยัดค่าไฟสำหรับบ้าน โรงงาน และธุรกิจยุคพลังงานสะอาด จังหวัดระยองเป็นหนึ่งในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของภาคตะวันออก มีทั้งบ้านพักอาศัย หมู่บ้านจัดสรร โรงงานอุตสาหกรรม โกดังสินค้า โรงแรม รีสอร์ต อาคารพาณิชย์ ร้านอาหาร
โซล่าเซลล์ ฉะเชิงเทรา
บริการติดตั้งโซล่าเซลล์ ฉะเชิงเทรา โดย BlueTech Solar สำหรับบ้าน โรงงาน โกดัง และธุรกิจ ออกแบบระบบตามการใช้งานจริง ช่วยลดค่าไฟระยะยาว ปลอดภัย คุ้มค่า พร้อมดูแลครบวงจร
โซล่าเซลล์ ชลบุรี
โซล่าเซลล์ ชลบุรี แนะนำติดตั้งโซล่าเซลล์กับ BlueTech Solar ทางเลือกประหยัดไฟสำหรับบ้านและธุรกิจ
เปิดลงทะเบียนขายไฟโซลาร์เซลล์ 2569 แล้ว! วิธีสมัคร PEA–MEA ขายไฟส่วนเกิน 2.20 บาท/หน่วย
เปิดลงทะเบียนแล้วสำหรับโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา หรือ Solar Rooftop ภาคประชาชน ประเภทบ้านอยู่อาศัย ปี 2569 เจ้าของบ้านที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์สามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองภายในบ้าน และนำไฟฟ้าส่วนเกินที่ไม่ได้ใช้งานมาขายให้การไฟฟ้าได้ในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย เป็นระยะเวลา 10 ปี
โครงการเปิดรับคำขอตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 โดยผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ต่างจังหวัดยื่นผ่านระบบ PPIM ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA ส่วนผู้ใช้ไฟฟ้าในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ยื่นผ่านระบบ MyEnergy ของการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA
เงื่อนไขสำคัญคือ บ้านอยู่อาศัยสามารถเสนอขายไฟฟ้าเข้าระบบได้ไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ AC ต่อรายหรือต่อมิเตอร์รับซื้อไฟฟ้า อัตรารับซื้อ 2.20 บาทต่อหน่วย ระยะเวลารับซื้อ 10 ปี และมีเป้าหมายรับซื้อรวมระหว่าง PEA และ MEA ไม่เกิน 500 เมกะวัตต์
การพิจารณาใช้หลัก First Come First Served หรือตามลำดับก่อนหลังของคำขอที่มีข้อมูลและเอกสารครบถ้วน ผู้ที่ต้องการเข้าร่วมจึงควรตรวจสอบข้อมูลเจ้าของมิเตอร์ เตรียมเอกสาร ออกแบบระบบ และตรวจสอบอุปกรณ์ให้พร้อมก่อนยื่นคำขอ
บทความนี้ BlueTech Solar สรุปสิ่งที่เจ้าของบ้านต้องรู้ ตั้งแต่เงื่อนไข วิธีลงทะเบียน เอกสารที่ควรเตรียม ความแตกต่างระหว่าง PEA และ MEA ตลอดจนคำตอบว่าบ้านติดตั้งระบบมากกว่า 5 kW สามารถยื่นขายไฟได้หรือไม่
คำตอบสั้น ๆ: ลงทะเบียนขายไฟโซลาร์เซลล์ 2569 ได้ที่ไหน?
เจ้าของบ้านสามารถลงทะเบียนขายไฟโซลาร์เซลล์ปี 2569 ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 โดยแบ่งตามพื้นที่ให้บริการดังนี้
- ผู้ใช้ไฟฟ้าของ PEA ในต่างจังหวัด ยื่นคำขอผ่านระบบ PPIM
- ผู้ใช้ไฟฟ้าของ MEA ในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ยื่นคำขอผ่านระบบ MyEnergy
โครงการรับซื้อเฉพาะไฟฟ้าส่วนเกินจากบ้านอยู่อาศัยในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย ระยะเวลา 10 ปี เสนอขายได้ไม่เกิน 5 kW AC ต่อราย โดยระบบโซลาร์เซลล์ควรออกแบบให้ผลิตไฟใช้เองภายในบ้านเป็นหลัก แล้วจึงขายไฟส่วนที่เหลือให้การไฟฟ้า
สรุปเงื่อนไขขายไฟโซลาร์เซลล์ 2569
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อโครงการ | Solar Rooftop ภาคประชาชน ประเภทบ้านอยู่อาศัย พ.ศ. 2569 |
| วันเริ่มเปิดรับ | 1 กรกฏาคม 2569 |
| ผู้มีสิทธิ์ | ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยตามเงื่อนไขของ PEA หรือ MEA |
| รูปแบบระบบ | ผลิตไฟใช้เองและขายไฟฟ้าส่วนเกิน |
| กำลังไฟเสนอขาย | ไม่เกิน 5 kW AC ต่อรายหรือต่อมิเตอร์ |
| ราคารับซื้อ | 2.20 บาทค่อหน่วย หรือ kWh |
| ระยะเวลารับซื้อ | 10 ปี |
| เป้าหมายรับซื้อรวม | ไม่เกิน 500 MW AC ร่วมกันระหว่าง PEA และ MEA |
| หลักการพิจารณา | First Come First Served |
| พื้นที่ PEA | ยื่นผ่านระบบ PPIM |
| พื้นที่ MEA | ยื่นผ่าระบบ MyEnergy |
| กำหนดจ่ายไฟเข้าระบบ | ภายในปี 2570 ตามเงื่อนไขและสัญญา |
สำหรับระบบ PPIM ของ PEA หน้าโครงการแสดงช่วงเปิดรับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เวลา 08.30 น. ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2570 เวลา 16.30 น. อย่างไรก็ตาม ผู้สนใจไม่ควรรอจนใกล้วันสิ้นสุด เพราะโครงการมีโควต้ารวมและพิจารณาตามลำดับคำขอ
หากโควต้าเต็มก่อนกำหนด หรือมีประกาศเปลี่ยนแปลงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การรับคำขออาจเป็นไปตามประกาศล่าสุดของการไฟฟ้า จึงควรตรวจสอบสถานะโครงการก่อนยื่นทุกครั้ง
Solar Rooftop ภาคประชาชน 2569 คืออะไร?
Solar Rooftop ภาคประชาชน คือโครงการที่สนับสนุนให้บ้านอยู่อาศัยติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา โดยนำไฟฟ้าที่ผลิตได้มาใช้ภายในบ้านก่อน หากผลิตได้มากกว่าที่บ้านกำลังใช้งาน ไฟฟ้าส่วนที่เหลือจึงส่งเข้าสู่ระบบจำหน่ายและขายให้การไฟฟ้า
แนวทางนี้เรียกว่า Self Consumption หรือการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เองเป็นหลัก ซึ่งแตกต่างจากการสร้างระบบเพื่อผลิตไฟขายทั้งหมด
ตัวอย่างเช่น ในช่วงกลางวันแผงโซลาร์เซลล์ผลิตไฟได้ 5 หน่วย แต่บ้านกำลังใช้ไฟจากเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น ปั๊มน้ำ และเครื่องใช้ไฟฟ้ารวม 3 หน่วย ไฟจากโซลาร์เซลล์จะถูกนำมาใช้ในบ้าน 3 หน่วยก่อน ส่วนที่เหลือ 2 หน่วยจึงสามารถส่งขายให้การไฟฟ้าได้ หากระบบได้รับอนุมัติและติดตั้งตามเงื่อนไขเรียบร้อยแล้ว
ประโยชน์ของระบบจึงเกิดขึ้นสองส่วน ได้แก่
- ลดจำนวนหน่วยไฟฟ้าที่ต้องซื้อจากการไฟฟ้าในช่วงกลางวัน
- ได้รับรายได้จากไฟฟ้าส่วนเกินที่ส่งกลับเข้าสู่ระบบ
อย่างไรก็ตาม การผลิตไฟใช้เองมักสร้างความคุ้มค่าได้มากกว่าการขายไฟ เนื่องจากค่าไฟที่บ้านจ่ายต่อหน่วยโดยรวมอาจสูงกว่าราคารับซื้อไฟส่วนเกิน 2.20 บาท ดังนั้นการออกแบบที่ดีควรเน้นให้ไฟจากโซลาร์เซลล์ตรงกับช่วงเวลาที่บ้านใช้ไฟมากที่สุด
ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ Solar Rooftop ภาคประชาชน 2569

ใครบ้างที่สามารถลงทะเบียนขายไฟโซลาร์เซลล์ได้?
ผู้สมัครต้องเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยตามประเภทและเงื่อนไขของการไฟฟ้าที่ให้บริการในพื้นที่นั้น
สำหรับพื้นที่ PEA ผู้เข้าร่วมโครงการต้องเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภท 1 บ้านอยู่อาศัยกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ส่วนพื้นที่ MEA ต้องเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยตามเงื่อนไขของการไฟฟ้านครหลวง
ข้อมูลที่ต้องตรวจสอบเป็นอันดับแรก ได้แก่
- ชื่อเจ้าของเครื่องวัดหรือมิเตอร์ไฟฟ้า
- ชื่อผู้ยื่นคำขอ
- หมายเลขผู้ใช้ไฟฟ้าหรือหมายเลข CA
- บ้านเลขที่และสถานที่ติดตั้ง
- ประเภทผู้ใช้ไฟฟ้า
- ข้อมูลในบิลค่าไฟฟ้า
- ระบบไฟฟ้าเป็นแบบ 1 เฟสหรือ 3 เฟส
ชื่อผู้ใช้สิทธิ์และข้อมูลสถานที่ติดตั้งต้องสอดคล้องกับข้อมูลของเจ้าของเครื่องวัด หากชื่อเจ้าของบ้าน ผู้ติดตั้งระบบ และเจ้าของมิเตอร์เป็นคนละคน อาจต้องดำเนินการเปลี่ยนชื่อเจ้าของมิเตอร์หรือจัดเตรียมหนังสือมอบอำนาจตามข้อกำหนด
สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้า PEA ควรใช้บิลค่าไฟฟ้าที่เป็นปัจจุบัน โดยหน้าโครงการแนะนำว่าบิลไม่ควรมีอายุเกิน 3 เดือน และข้อมูลชื่อ นามสกุล บ้านเลขที่ รวมถึงประเภทผู้ใช้ไฟต้องถูกต้องก่อนยื่น
5 kW AC หมายถึงติดตั้งโซลาร์เซลล์ได้แค่ 5 kW หรือไม่?
คำตอบคือ ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าขนาดแผงติดตั้งทั้งหมดมีได้เพียง 5 kW
คำว่า “ปริมาณไฟฟ้าเสนอขายไม่เกิน 5 kW AC” หมายถึงกำลังไฟฟ้าฝั่งกระแสสลับที่ขอเสนอขายเข้าสู่ระบบของการไฟฟ้า ไม่ใช่การระบุโดยตรงว่าบ้านทุกหลังติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ได้สูงสุดเพียง 5 kWp
หน่วยที่ควรแยกให้ออกมีสองส่วน
- kWp ใช้อธิบายกำลังติดตั้งรวมของแผงโซลาร์เซลล์
- kW AC ใช้อธิบายกำลังไฟฟ้าฝั่งกระแสสลับหลังผ่านอินเวอร์เตอร์หรือกำลังที่เสนอขาย
บ้านที่มีค่าไฟสูงและใช้ไฟมากในเวลากลางวันอาจออกแบบระบบขนาด 8 kWp หรือ 10 kWp เพื่อผลิตไฟใช้เองภายในบ้าน แต่กำลังไฟฟ้าที่เสนอขายเข้าสู่ระบบต้องไม่เกิน 5 kW AC และต้องผ่านมาตรฐานทางเทคนิคของการไฟฟ้า
การไฟฟ้านครหลวงแสดงเงื่อนไขในระบบ MyEnergy ว่ากำลังติดตั้งรวมจากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ต้องไม่เกิน 10 kWp สำหรับโครงการนี้ ส่วนผู้ใช้ไฟฟ้า PEA ควรตรวจสอบข้อกำหนดการเชื่อมต่อและเอกสารทางเทคนิคล่าสุดในระบบ PPIM เนื่องจากระบบ 1 เฟสและ 3 เฟสอาจมีข้อกำหนดแตกต่างกัน
ดังนั้น ก่อนเลือกแพ็กเกจติดตั้งไม่ควรดูเพียงคำว่า 5 kW แต่ควรพิจารณาอย่างน้อยสี่เรื่องพร้อมกัน ได้แก่
- กำลังติดตั้งแผง
- ขนาดและรุ่นของอินเวอร์เตอร์
- ปริมาณไฟที่บ้านใช้ในช่วงกลางวัน
- กำลังไฟที่ต้องการเสนอขายให้การไฟฟ้า
บ้านติดระบบ 10 kW สามารถขายไฟได้หรือไม่?
บ้านที่ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ขนาดประมาณ 10 kWp อาจเข้าร่วมโครงการได้ หากระบบและขนาดอุปกรณ์เป็นไปตามเงื่อนไขของการไฟฟ้า แต่ไม่ได้หมายความว่าจะขายไฟได้เต็ม 10 kW
กำลังไฟฟ้าที่เสนอขายยังคงต้องไม่เกิน 5 kW AC ต่อรายหรือต่อมิเตอร์รับซื้อไฟฟ้า ระบบส่วนที่ใหญ่กว่า 5 kW จึงควรถูกออกแบบเพื่อรองรับการใช้ไฟภายในบ้านเป็นหลัก
ตัวอย่างบ้านที่อาจเหมาะกับระบบขนาดใหญ่กว่า 5 kW ได้แก่
- บ้านระบบไฟฟ้า 3 เฟส
- บ้านที่เปิดเครื่องปรับอากาศหลายเครื่องในช่วงกลางวัน
- บ้านที่มีปั๊มน้ำ สระว่ายน้ำ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้ากำลังสูง
- บ้านที่มีโฮมออฟฟิศ
- บ้านที่มีสมาชิกพักอาศัยตลอดวัน
- บ้านที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในเวลากลางวัน
- บ้านที่มีค่าไฟฟ้าสูงต่อเนื่อง
ระบบควรมีอุปกรณ์ควบคุมการส่งออกไฟฟ้าตามที่กำหนด และต้องออกแบบ Single Line Diagram รวมถึงค่าป้องกันระบบให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของ PEA หรือ MEA
ขายไฟ 2.20 บาทต่อหน่วย คุ้มไหม?
รายได้จากการขายไฟขึ้นอยู่กับจำนวนหน่วยไฟฟ้าส่วนเกินที่ส่งเข้าสู่ระบบจริง ไม่ได้คำนวณจากกำลังติดตั้งของแผงเพียงอย่างเดียว
สมมุติว่าบ้านมีไฟฟ้าส่วนเกินส่งขายเฉลี่ย 300 หน่วยต่อเดือน รายได้จากการขายไฟจะเท่ากับ
300 หน่วย × 2.20 บาท = 660 บาทต่อเดือน
หากส่งขายเฉลี่ย 500 หน่วยต่อเดือน รายได้จะเท่ากับ
500 หน่วย × 2.20 บาท = 1,100 บาทต่อเดือน
ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างทางคณิตศาสตร์ ผลลัพธ์จริงขึ้นอยู่กับแสงแดด ทิศทางแผง เงาบัง ประสิทธิภาพอุปกรณ์ พฤติกรรมการใช้ไฟ และข้อจำกัดด้านการส่งออกไฟฟ้า
สิ่งที่เจ้าของบ้านควรให้ความสำคัญมากกว่ารายได้จากการขายไฟเพียงอย่างเดียว คือมูลค่าจากการลดค่าไฟในช่วงกลางวัน เพราะทุกหน่วยที่ผลิตแล้วใช้เองช่วยลดจำนวนหน่วยที่ต้องซื้อจากการไฟฟ้า
แนวทางที่เหมาะสมจึงไม่ใช่การติดตั้งระบบขนาดใหญ่ที่สุดเพื่อหวังขายไฟ แต่เป็นการออกแบบให้สัมพันธ์กับโหลดไฟฟ้าของบ้าน ผลิตใช้เองให้มาก และขายเฉพาะส่วนเกินที่เกิดขึ้นจริง
ลงทะเบียนขายไฟ PEA ผ่าน PPIM อย่างไร?
ผู้ใช้ไฟฟ้า PEA ในต่างจังหวัดต้องยื่นคำขอผ่านระบบ PPIM หรือระบบบริหารจัดการข้อมูลผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
ขั้นตอนโดยสรุปมีดังนี้
1. สมัครบัญชีผู้ใช้งาน PPIM
ผู้ยื่นคำขอต้องสร้างบัญชีบุคคลทั่วไปหรือนิติบุคคลตามสถานะของผู้สมัคร กรอกข้อมูลติดต่อ และยืนยันบัญชีตามขั้นตอนของระบบ
2. เข้าสู่ระบบและเลือกโครงการปี 2569
หลังเข้าสู่ระบบ ให้เลือกโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา สำหรับภาคประชาชนประเภทบ้านอยู่อาศัย ซึ่งรับคำขอตั้งแต่ปี 2569
ควรตรวจสอบรหัสโครงการและชื่อโครงการให้ถูกต้อง ไม่เลือกโครงการเดิมหรือโครงการประเภทติดตั้งใช้เองโดยไม่ขายไฟ
3. เลือกหมายเลขผู้ใช้ไฟฟ้า
หากเจ้าของมิเตอร์เป็นผู้ยื่นเอง ระบบจะให้เลือกหมายเลข CA ที่ต้องการใช้ยื่นคำขอ หากยื่นผ่านผู้รับมอบอำนาจ ต้องกรอกข้อมูลผู้ใช้ไฟและแนบเอกสารมอบอำนาจตามที่กำหนด
4. กรอกรายละเอียดระบบ
ข้อมูลที่ต้องกรอกอาจประกอบด้วยสถานที่ติดตั้ง ขนาดระบบ จำนวนแผง กำลังแผง ขนาดอินเวอร์เตอร์ รุ่นอุปกรณ์ ระบบไฟฟ้า และกำลังที่ต้องการเสนอขาย
ข้อมูลทุกส่วนควรตรงกับแบบทางวิศวกรรมและอุปกรณ์ที่ติดตั้งจริง
5. อัปโหลดเอกสาร
ระบบจะกำหนดช่องสำหรับอัปโหลดเอกสารแต่ละประเภท หากเอกสารยังไม่ครบ คำขออาจแสดงสถานะ “รออัปโหลดเอกสาร” ผู้ยื่นต้องกลับไปที่เมนูติดตามสถานะ เปิดรายละเอียดคำขอ และแนบเอกสารให้ครบ
เมื่อเอกสารครบ ระบบจึงเปลี่ยนสถานะเป็นรอตรวจสอบแบบคำขอ
6. รอการพิจารณา
PEA ตรวจสอบเอกสารและความพร้อมด้านเทคนิค โดยหน้าโครงการระบุว่าจะประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกภายใน 30 วันนับถัดจากวันที่ยื่นคำขอ
7. ชำระค่าใช้จ่ายและจัดส่งเอกสาร
หน้าโครงการ PPIM ระบุค่าดำเนินการตรวจสอบการเชื่อมต่อ 2,000 บาท ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือรวมภาษี 2,140 บาท ผู้สมัครควรชำระตามช่องทางและช่วงเวลาที่ระบบหรือการไฟฟ้าแจ้งเท่านั้น
8. ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า
ผู้ผ่านการคัดเลือกต้องดำเนินการส่งเอกสารและลงนามในสัญญาภายในระยะเวลาที่กำหนด หน้า PPIM ระบุกรอบเวลา 30 วันนับจากวันที่ประกาศรายชื่อ หากไม่ดำเนินการภายในกำหนด คำขออาจถูกยกเลิก
9. ติดตั้งและตรวจสอบระบบ
ระบบผลิตไฟฟ้าต้องติดตั้งให้ตรงกับข้อมูล แบบ และอุปกรณ์ที่ได้รับการพิจารณา จากนั้นจึงยื่นขอเชื่อมต่อระบบและดำเนินการด้านการจดแจ้งกิจการพลังงานที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องขอใบอนุญาตตามขั้นตอน
10. ตรวจระบบ เปลี่ยนมิเตอร์ และเริ่มจ่ายไฟ
PEA จะเข้าตรวจสอบระบบ ทดสอบการเชื่อมต่อ และดำเนินการด้านมิเตอร์ก่อนอนุญาตให้เริ่มจ่ายไฟเข้าสู่ระบบเชิงพาณิชย์
ลงทะเบียนขายไฟ MEA ผ่าน MyEnergy อย่างไร?
ผู้ใช้ไฟฟ้าในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ต้องยื่นคำขอผ่านระบบ MyEnergy ของ MEA
ขั้นตอนหลักประกอบด้วย
- สมัครหรือเข้าสู่ระบบ MyEnergy
- เลือกโครงการ Solar Rooftop ภาคประชาชนประเภทบ้านอยู่อาศัยปี 2569
- ตรวจสอบข้อมูลเจ้าของเครื่องวัดไฟฟ้า
- กรอกข้อมูลสถานที่และระบบโซลาร์เซลล์
- ระบุปริมาณไฟฟ้าที่เสนอขายไม่เกิน 5 kW AC
- อัปโหลดเอกสารและแบบทางวิศวกรรม
- รอ MEA ตรวจสอบด้านเอกสารและด้านเทคนิค
- ดำเนินการตามหนังสือแจ้งผล
- ลงนามสัญญา ติดตั้ง และขอตรวจเชื่อมต่อระบบ
- เปลี่ยนมิเตอร์และเริ่มขายไฟหลังได้รับอนุญาต
รายละเอียดเอกสาร ค่าบริการ และระยะเวลาดำเนินการควรยึดตามหน้าคำขอใน MyEnergy และประกาศล่าสุดของ MEA เนื่องจากขั้นตอนบางส่วนอาจแตกต่างจาก PEA
เอกสารที่ควรเตรียมก่อนลงทะเบียน
รายการเอกสารอาจแตกต่างตามพื้นที่ สถานะผู้ยื่น และลักษณะระบบ แต่โดยทั่วไปควรเตรียมข้อมูลต่อไปนี้
เอกสารของผู้ยื่นคำขอ
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- เอกสารเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า
- บิลค่าไฟฟ้าปัจจุบัน
- หมายเลขผู้ใช้ไฟหรือหมายเลข CA
- เบอร์โทรศัพท์และอีเมลที่ติดต่อได้
- หนังสือมอบอำนาจ หากไม่ได้ยื่นด้วยตนเอง
- สำเนาเอกสารของผู้รับมอบอำนาจ
เอกสารสถานที่ติดตั้ง
- เอกสารแสดงสิทธิในบ้านหรืออาคาร
- รูปถ่ายสถานที่ติดตั้ง
- รูปหลังคาและตำแหน่งติดตั้งแผง
- รูปมิเตอร์ไฟฟ้า
- รูปตู้เมนไฟฟ้า
- แผนที่หรือพิกัดสถานที่ติดตั้งตามที่ระบบกำหนด
เอกสารระบบโซลาร์เซลล์
- รายละเอียดแผงโซลาร์เซลล์
- Datasheet ของแผง
- รายละเอียดและ Datasheet ของอินเวอร์เตอร์
- จำนวนแผงและกำลังติดตั้งรวม
- ขนาดกำลังไฟฟ้าที่เสนอขาย
- Single Line Diagram
- แบบการติดตั้งและระบบป้องกัน
- รายละเอียดอุปกรณ์ควบคุมการส่งออกไฟฟ้า
- เอกสารรับรองอุปกรณ์ตามมาตรฐาน
- เอกสารหรือแบบที่ลงนามโดยวิศวกรตามที่กำหนด
ไม่ควรนำข้อมูลอุปกรณ์จากใบเสนอราคาคนละรุ่นกับอุปกรณ์ที่จะติดตั้งจริง เพราะอาจทำให้ต้องแก้ไขแบบและยื่นเอกสารใหม่ภายหลัง

บ้านที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์แล้วสามารถยื่นขายไฟได้ไหม?
บ้านที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์อยู่ก่อนแล้วอาจยื่นเข้าร่วมโครงการได้ แต่ต้องตรวจสอบว่าระบบเดิมเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
ประเด็นที่ควรตรวจ ได้แก่
- ประเภทผู้ใช้ไฟเป็นบ้านอยู่อาศัยหรือไม่
- อินเวอร์เตอร์อยู่ในรายการหรือผ่านมาตรฐานของการไฟฟ้าหรือไม่
- แบบ Single Line ตรงกับระบบจริงหรือไม่
- มีระบบป้องกันและอุปกรณ์ควบคุมที่กำหนดหรือไม่
- ขนาดกำลังเสนอขายไม่เกิน 5 kW AC หรือไม่
- การเดินสาย ตู้ไฟ และระบบกราวด์ได้มาตรฐานหรือไม่
- เอกสารของผู้ติดตั้งและวิศวกรครบหรือไม่
- สามารถตั้งค่าหรือควบคุมการส่งออกไฟได้หรือไม่
หากระบบเดิมติดตั้งแบบ Zero Export หรือออกแบบเพื่อผลิตใช้เองโดยไม่ขายไฟ อาจต้องปรับแบบ ตั้งค่าอุปกรณ์ เพิ่มมิเตอร์หรืออุปกรณ์บางส่วนก่อนขอตรวจเชื่อมต่อ
ไม่ควรแก้ไขการตั้งค่าด้วยตนเองโดยไม่มีผู้เชี่ยวชาญ เพราะการส่งไฟเข้าสู่ระบบโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจกระทบต่อความปลอดภัยและเงื่อนไขการเชื่อมต่อของการไฟฟ้า
บ้านที่ยังไม่ติดโซลาร์เซลล์ควรยื่นก่อนหรือติดตั้งก่อน?
สำหรับบ้านที่ยังไม่ได้ติดตั้ง ควรเริ่มจากการสำรวจและออกแบบระบบก่อน เพื่อให้มีข้อมูลอุปกรณ์และแบบที่ใช้ประกอบการยื่นคำขอ
ลำดับที่แนะนำคือ
- ตรวจสอบบิลค่าไฟและพฤติกรรมการใช้ไฟ
- สำรวจพื้นที่หลังคา ตู้ไฟ และระบบมิเตอร์
- เลือกขนาดระบบให้เหมาะสม
- เลือกแผงและอินเวอร์เตอร์ที่ตรงตามมาตรฐาน
- จัดทำแบบและเอกสารทางเทคนิค
- ยื่นคำขอขายไฟ
- รอผลและดำเนินการตามขั้นตอนของการไฟฟ้า
- ติดตั้งหรือปรับปรุงระบบตามแบบที่ได้รับการพิจารณา
- ขอเข้าตรวจระบบและเปลี่ยนมิเตอร์
- เริ่มขายไฟเมื่อได้รับอนุญาตเรียบร้อย
ไม่ควรรีบซื้ออุปกรณ์ราคาถูกหรือติดตั้งระบบโดยไม่มีแบบรองรับ เพราะหากอินเวอร์เตอร์ไม่ผ่านเงื่อนไข ขนาดระบบไม่ตรง หรือเอกสารอุปกรณ์ไม่ครบ อาจทำให้ไม่สามารถยื่นขายไฟได้ตามแผน
ระบบ Hybrid พร้อมแบตเตอรี่สามารถขายไฟได้ไหม?
กฎของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) และการไฟฟ้านครหลวง (MEA) ในโครงการ “โซลาร์ภาคประชาชน” (ที่รับซื้อไฟส่วนเกินในราคา 2.20 บาทต่อหน่วย) มีข้อกำหนดชัดเจนว่าจะรับซื้อเฉพาะไฟฟ้าที่มาจากระบบออนกริด (On-Grid) เท่านั้น
เหตุผลสำคัญมีอยู่ 2 เรื่องหลักๆ ครับ:
- เหตุผลด้านการควบคุมพลังงาน: ระบบ Hybrid มีแบตเตอรี่สำหรับกักเก็บพลังงาน ทางการไฟฟ้าฯ ยังไม่มีระบบกลไกหรือมิเตอร์ที่ควบคุมการแยกแยะระหว่างไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแดดจริง กับไฟฟ้าที่อาจจะแอบชาร์จเก็บไว้ในแบตเตอรี่ช่วงกลางคืนเพื่อเอาออกมาปล่อยขายคืนในระบบ
- ต้องติดตั้งระบบกันไฟย้อน (Zero Export): สำหรับบ้านที่ติดตั้งระบบ Hybrid เวลาทำเรื่องขออนุญาตกับการไฟฟ้าฯ จะต้องยื่นขอในฐานะ “ระบบผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เอง (ไม่ขายไฟ)” และต้องตั้งค่าอินเวอร์เตอร์รวมถึงติดอุปกรณ์กันไฟย้อน เพื่อไม่ให้มีกระแสไฟฟ้าไหลย้อนกลับออกไปนอกมิเตอร์บ้านเราเด็ดขาด
ข้อผิดพลาดที่ทำให้การยื่นขายไฟล่าช้า
ชื่อผู้ยื่นไม่ตรงกับเจ้าของมิเตอร์
เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะบ้านที่มิเตอร์ยังเป็นชื่อเจ้าของเดิม ผู้เสียชีวิต หรือชื่อสมาชิกคนอื่นในครอบครัว ควรจัดการเรื่องชื่อหรือหนังสือมอบอำนาจก่อนยื่น
เลือกโครงการผิด
ในระบบอาจมีทั้งโครงการปีเดิม โครงการติดตั้งใช้เองไม่ขายไฟ และโครงการขายไฟปี 2569 ต้องตรวจสอบชื่อและรหัสโครงการก่อนส่งคำขอ
เอกสารไม่ครบ
การสร้างเลขคำขอไม่ได้หมายความว่าคำขอสมบูรณ์ หากระบบยังแสดงสถานะรออัปโหลดเอกสาร ต้องแนบเอกสารให้ครบจนเข้าสู่สถานะรอตรวจสอบ
ขนาดอุปกรณ์ไม่ตรงกัน
จำนวนแผง กำลังรวม รุ่นอินเวอร์เตอร์ และข้อมูลในแบบต้องตรงกัน หากใบเสนอราคา แบบ และ Datasheet เป็นคนละรุ่น เจ้าหน้าที่อาจขอให้แก้ไข
ติดตั้งก่อนออกแบบ
ระบบที่ติดตั้งไปแล้วอาจไม่มีตำแหน่งอุปกรณ์ป้องกันตามข้อกำหนด หรืออินเวอร์เตอร์ไม่รองรับการควบคุมไฟส่งออก ทำให้ต้องเสียค่าแก้ไขเพิ่มเติม
เข้าใจว่า 5 kW คือขนาดแผงทั้งหมด
การเลือกแพ็กเกจ 5 kW โดยไม่วิเคราะห์การใช้ไฟ อาจทำให้ระบบเล็กเกินไปสำหรับบ้านที่ใช้ไฟกลางวันมาก ในทางกลับกัน การติดตั้งระบบใหญ่โดยหวังขายไฟอย่างเดียวก็อาจไม่คุ้มค่า
ไม่ติดตามอีเมลและสถานะ
การไฟฟ้าอาจส่งผลตรวจสอบหรือขอเอกสารเพิ่มเติมผ่านอีเมล หากไม่ตอบกลับภายในเวลาที่กำหนด อาจกระทบต่อการพิจารณาและการลงนามสัญญา
ควรติดโซลาร์เซลล์ขนาดเท่าไรเพื่อขายไฟ?
ขนาดระบบควรพิจารณาจากการใช้ไฟ ไม่ใช่เลือกจากเพดานขายไฟเพียงอย่างเดียว
ข้อมูลที่ควรนำมาวิเคราะห์ ได้แก่
- ค่าไฟย้อนหลังอย่างน้อย 3–12 เดือน
- จำนวนหน่วยไฟที่ใช้ต่อเดือน
- สัดส่วนการใช้ไฟกลางวันและกลางคืน
- จำนวนเครื่องปรับอากาศ
- ปั๊มน้ำ ตู้แช่ หรือเครื่องใช้ไฟกำลังสูง
- ระบบไฟ 1 เฟสหรือ 3 เฟส
- พื้นที่หลังคาที่รับแดด
- แผนใช้รถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต
- ความต้องการไฟสำรอง
- งบประมาณและเป้าหมายการคืนทุน
บ้านที่ใช้ไฟกลางวันน้อยอาจไม่จำเป็นต้องติดตั้งระบบขนาดใหญ่ เพราะจะมีไฟเหลือส่งขายจำนวนมากในราคาหน่วยละ 2.20 บาท ขณะที่บ้านที่ใช้ไฟกลางวันมากสามารถติดตั้งระบบใหญ่ขึ้นเพื่อชดเชยโหลดภายในบ้าน โดยยังควบคุมปริมาณเสนอขายตามข้อกำหนด

BlueTech Solar ช่วยเตรียมระบบก่อนยื่นขายไฟอย่างไร?
BlueTech Solar ให้บริการสำรวจ ออกแบบ และติดตั้ง Solar Rooftop สำหรับบ้านพักอาศัย ธุรกิจ และโรงงาน สำหรับลูกค้าที่ติดตั้งโซล่าเซลล์กับ BlueTech Solar ทางเราสามารถช่วยตรวจสอบความพร้อมของบ้านก่อนยื่นโครงการขายไฟได้ตามขอบเขตบริการ
แนวทางดำเนินงานประกอบด้วย
- วิเคราะห์บิลค่าไฟและพฤติกรรมการใช้ไฟ
- ตรวจสอบมิเตอร์แบบ 1 เฟสหรือ 3 เฟส
- สำรวจหลังคา ทิศทางแดด และเงาบัง
- ประเมินความแข็งแรงและพื้นที่ติดตั้ง
- ออกแบบขนาดแผงและอินเวอร์เตอร์
- วางระบบผลิตใช้เองและควบคุมไฟส่วนเกิน
- ออกแบบระบบ On-Grid หรือ Hybrid
- จัดทำข้อมูลอุปกรณ์และแบบประกอบระบบ
- ตรวจสอบความพร้อมของตู้ไฟและระบบป้องกัน
- ให้คำแนะนำเกี่ยวกับเอกสารสำหรับยื่น PEA หรือ MEA
- ติดตั้งและทดสอบระบบตามมาตรฐาน
- แนะนำการติดตามผลผลิตผ่านระบบมอนิเตอร์
- ดูแลหลังการขายตามเงื่อนไขของโครงการติดตั้ง
เป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงทำให้บ้านขายไฟได้ แต่ต้องออกแบบให้ระบบช่วยลดค่าไฟได้จริง ปลอดภัย และเหมาะกับการใช้งานในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการลงทะเบียนขายไฟโซลาร์เซลล์ 2569
เปิดลงทะเบียนขายไฟโซลาร์เซลล์วันไหน?
โครงการเปิดรับคำขอตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 โดย PEA รับผ่านระบบ PPIM และ MEA รับผ่านระบบ MyEnergy
ขายไฟได้หน่วยละกี่บาท?
การไฟฟ้ารับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย เป็นระยะเวลา 10 ปี
ขายไฟได้สูงสุดกี่กิโลวัตต์?
ปริมาณพลังไฟฟ้าที่เสนอขายเข้าระบบต้องไม่เกิน 5 kW AC ต่อรายหรือต่อมิเตอร์รับซื้อไฟฟ้า
ติดตั้งแผงมากกว่า 5 kW ได้หรือไม่?
อาจติดตั้งได้มากกว่า 5 kWp หากสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ด้านขนาดติดตั้ง ระบบไฟฟ้า และมาตรฐานของการไฟฟ้า แต่กำลังที่เสนอขายยังต้องไม่เกิน 5 kW AC
บ้านระบบ 10 kW ขายไฟได้ไหม?
สามารถพิจารณายื่นได้หากระบบเป็นไปตามข้อกำหนด โดยออกแบบให้ผลิตใช้เองเป็นหลักและควบคุมกำลังเสนอขายไม่เกิน 5 kW AC
ระบบ Hybrid มีแบตเตอรี่ยื่นขายไฟได้หรือไม่?
ไม่มีข้อห้ามโดยหลักการ แต่แบตเตอรี่และระบบ Hybrid ต้องติดตั้งตามมาตรฐานทางวิศวกรรมของการไฟฟ้า และต้องมีแบบแสดงการทำงานอย่างถูกต้อง
ต้องติดตั้งเสร็จก่อนยื่นหรือไม่?
ควรมีการสำรวจ ออกแบบ และเลือกอุปกรณ์ให้ชัดเจนก่อนยื่น ส่วนลำดับการติดตั้งควรดำเนินการตามขั้นตอนของการไฟฟ้า เพื่อป้องกันระบบจริงไม่ตรงกับแบบที่ได้รับการพิจารณา
บ้านต่างจังหวัดลงทะเบียนที่ไหน?
ผู้ใช้ไฟฟ้า PEA ในต่างจังหวัดยื่นผ่านระบบ PPIM ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
กรุงเทพฯ ลงทะเบียนที่ไหน?
ผู้ใช้ไฟฟ้าในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ยื่นผ่านระบบ MyEnergy ของการไฟฟ้านครหลวง
โควต้า 500 MW เท่ากับกี่หลัง?
ไม่สามารถระบุจำนวนบ้านที่แน่นอนได้ เพราะแต่ละรายอาจเสนอขายไม่ถึง 5 kW หากสมมุติว่าทุกรายเสนอขายเต็ม 5 kW โควต้า 500 MW จะเทียบเท่าประมาณ 100,000 ราย แต่จำนวนจริงขึ้นอยู่กับกำลังเสนอขายของแต่ละคำขอ
ยื่นก่อนจะได้รับสิทธิ์ก่อนหรือไม่?
โครงการใช้หลัก First Come First Served แต่คำขอต้องมีข้อมูลและเอกสารตามเงื่อนไข ไม่ควรรีบส่งแบบไม่ครบ เพราะอาจเข้าสู่สถานะรอเอกสารและทำให้กระบวนการไม่สมบูรณ์
ยื่นขายไฟแล้วเริ่มขายได้ทันทีหรือไม่?
ยังไม่สามารถขายได้ทันที ต้องผ่านการตรวจเอกสาร ประกาศผล ลงนามสัญญา ติดตั้งหรือตรวจระบบ เปลี่ยนมิเตอร์ ทดสอบการเชื่อมต่อ และได้รับอนุญาตให้เริ่มจ่ายไฟก่อน
สรุปเปิดลงทะเบียนขายไฟโซลาร์เซลล์ 2569
โครงการ Solar Rooftop ภาคประชาชนปี 2569 เปิดให้บ้านอยู่อาศัยลงทะเบียนขายไฟฟ้าส่วนเกินตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 โดยรับซื้อในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย เป็นระยะเวลา 10 ปี และกำหนดปริมาณไฟฟ้าเสนอขายไม่เกิน 5 kW AC ต่อราย
ผู้ใช้ไฟฟ้าต่างจังหวัดยื่นผ่านระบบ PPIM ของ PEA ส่วนผู้ใช้ไฟฟ้าในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการยื่นผ่านระบบ MyEnergy ของ MEA โดยโครงการมีเป้าหมายรับซื้อรวมไม่เกิน 500 MW และพิจารณาตามลำดับก่อนหลัง
เจ้าของบ้านควรตรวจสอบชื่อผู้ใช้ไฟ ข้อมูลมิเตอร์ บิลค่าไฟ แบบระบบ รุ่นอุปกรณ์ และเอกสารทางวิศวกรรมให้ครบก่อนยื่น ไม่ควรเข้าใจว่าเงื่อนไข 5 kW AC หมายถึงติดตั้งแผงได้เพียง 5 kW เพราะขนาดติดตั้งและกำลังเสนอขายเป็นคนละส่วนกัน
หัวใจของการออกแบบระบบยังคงเป็นการผลิตไฟใช้เองให้เหมาะกับพฤติกรรมของบ้าน แล้วจึงขายไฟฟ้าส่วนเกิน การเลือกบริษัทติดตั้งจึงควรดูทั้งความสามารถด้านสำรวจ ออกแบบระบบ มาตรฐานงานไฟฟ้า เอกสาร และบริการหลังการขาย ไม่ควรพิจารณาจากราคาติดตั้งเพียงอย่างเดียว
เจ้าของบ้านที่ต้องการติดตั้งโซลาร์เซลล์ หรือต้องการตรวจสอบว่าระบบเดิมสามารถยื่นขายไฟได้หรือไม่ สามารถให้ทีมงาน BlueTech Solar ช่วยประเมินบิลค่าไฟ สำรวจหน้างาน ตรวจสอบขนาดระบบ และวางแนวทางติดตั้งให้เหมาะกับเงื่อนไขโครงการ Solar Rooftop ภาคประชาชนปี 2569 ได้
BlueTech Solar: ผู้เชี่ยวชาญด้านการติดตั้งโซล่าเซลล์ เพื่อธุรกิจและอนาคตที่ยั่งยืน
✅ฟรี! สำรวจหน้างานจริง ออกแบบก่อนการติดตั้ง
✅ติดตั้งโดยทีมวิศวกรมืออาชีพ
✅ยื่นขออนุญาตขนานไฟกับการไฟฟ้า
✅บริการด้านสินเชื่อ
รับประกันอินเวอร์เตอร์ 10 ปี
รับประกันแผงโซลาร์เซลล์ 30 ปี
รับประกันงานติดตั้ง 10 ปี
ให้คำปรึกษาฟรี ออกแบบระบบตามงบประมาณ และประเมินผลตอบแทนการลงทุน (ROI) ให้ก่อนติดตั้ง ชมผลงานการติดตั้ง BlueTech Solar ได้ที่นี่












